Juno จะรอดกระทรวงวัฒนธรรมมั้ย???
posted on 07 May 2008 02:34 by deadrabbit
ถ้าเอาหนังเรื่องนี้ไปให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงวัฒนธรรมดู
ร้อยทั้งร้อยผมก็คิดว่าหนังเรื่องนี้จะโดนพะยี่ห้อว่า
"เป็นหนังที่สนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร"
แล้วก็กลายเป็นหนังต้องห้าม อย่างเรื่องแสงศตวรรษ
โชคดีที่เมืองไทยยังไม่ถึงกลียุคของวัฒนธรรมที่แสนดีงามเกิน
ถ้าไม่โชคร้ายเกินไป วันที่ 15 เดือน 5 คงได้ดูกัน
ถึงแม้ว่าจูโน่จะชวดรางวัล ภาพยนต์ยอดเยี่ยม เพราะ คนแก่ไม่มีประเทศอยู่ จะแย่งไปก่อน
แต่หนังเรื่องนี้ก็น่าดูตรงที่เนื้อหาไม่ได้ตีแผ่ด้านมืดของมนุษย์ที่ต้องใช้ความคิดอ่านสูงเกิน
ประมาณว่าจะเข้าถึงได้ต้องไต่บันไดดู
แต่เป็นการนำเอาประเด็น
การตั้งครรภ์มา้เล่าตรงไปตรงมา

จูโน่ เป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาๆ อายุ 16 ขวบ ซึ่งเกิดเบื่อหรืออยากรู้อยากเห็นอะไรขึ้นมา
เลยตัดสินใจที่จะมีเซ็กซ์กะเพื่อนหนุ่มหน้ามนนามว่า บลีคเกอร์
และเมื่อบลีคเกิอร์ไม่เคยดูโฆษณายืดอกพกถุง มันก็ทำให้เกิดเรื่องราว
เมื่อจูโนพบว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง แต่จูโนรู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะเป็นแม่เด็กได้ เลยตัดสินใจยกลูกของตัวเอง
ให้ครอบครัวที่มีความพร้อมไปอุปการะ
ซึ่งจูโนก็ได้ไปเจอกับคู่สามี-ภรรยาในย่านคนรวยที่พยายามมีลูกด้วยกันแต่ไม่เคยสำเร็จ
มาร์ค-วาเนสซ่า
และเมื่อจูโนบอกทุกอย่างกับพ่อแท้ๆและแม่เลี้ยงของเทอ ทั้งคู่สนับสนุนให้จูโนทั้งยังมาช่วยกันดูว่า
มาร์ค-วาเนสซ่ามีความพร้อมพอที่จะรับเลี้ยงลูกของจูโน่
แทนที่บรรยากาศในหนังจะเป็นเรื่องสลดหดหู่ประมาณว่า"พ่อคะหนูท้อง" "มึงออกไปจากบ้านกู"
แล้วโดนไล่ไปขายน้ำเต้าฮู้ ลูกโตขึ้นมาติดยา แต่ถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจของพ่อและแม่ของจูโนที่ไม่ใช่แม่แท้ๆด้วยซ้ำ
ในตอนที่จูโนบอกพ่อว่าท้อง พ่อของจูโนยังพูดติดตลกว่า บลีคเกอร์มีไอ้นั่นไว้ทำด้วยหรอ
แล้วก็เปลี่ยนประเด็นมาที่การเตรียมตัวของจูโน ทั้งๆที่จูโนเผื่อใจไว้ว่ายังไงก็โดนดุด่าตีตบกระทืบ
แต่พ่อของเธอก็ไม่ทำ!!!

วันแรกที่จูโนไปเยี่ยมบ้านของคู่สามี-ภรรยา เพื่อไปตกลงเรื่องการรับเลี้ยง จูโนได้รู้ว่ามาร์คเป็นคนที่เจ๋ง
ฟังเพลงเจ๋งๆ ดูหนังเยี่ยมยอดประเภทโหดดิบเลือดสาด และสนทนาออกจะถูกคอกันด้วย
ส่วนภรรยาเป็นคนละขั้วกับสามี วาเนสซ่าเรียบร้อย เป็นผู้ใหญ่และเป็นการเป้นงาน
ตอนที่จูโนกลับไปเทอบอกว่า พวกคุณน่ะเจ๋งมากเลย
จูโนกลับมาที่บ้านของสามีภรรยาบ่อยๆเพื่ออัพเดตการตั้งท้องของเธอ แต่แล้วก็กลายเป้นว่า
ด้วยความที่มาร์คยังเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักโต เค้ายังมีความฝันที่จะเป็นนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่
วันนึงเลยมาสารภาพกะจูโนว่าจะหย่ากับวาเนสซ่า เพื่อไปเดินตามทางแห่งความฝันของตัวเอง

กับบลีคเกอร์เพื่อนหนุ่ม จูโนพยายามบอกตัวเองว่านั่นมันเป็นแค่เซ็กซ์มันไม่มีข้อผูกมัดอะไรกับเค้า
จูโนถึงกับพูดหักอกบลีคเกอร์เพราะแค่ว่าเค้าต้องการจะรับผิดชอบความรู้สึกของจูโนในตอนนั้น
จนกระทั่งบลีคเกอร์ไปหาคนใหม่ ซึ่งก็ได้เพือนร่วมชั้นเดียวกัน
จูโนไม่รู้ใจตัวเอง จนกระทั่งได้รู้ว่าเค้าจะไปงานพรอมกะหล่อนคนนั้น
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังประเภททุกเฟรมต้องตีความแบบหนังของหว่องกาไว
ความสนุกอยู่ที่บทซึ่งเขียนออกมาได้กระชับและมีตลกเกี่ยวกับหนัง วงการเพลงแทรกอยู่บ้าง
(นั่นสิมันหนังวัยรุ่นนะเ้ว้ย)และความเรียบง่ายอะไรก็ได้ของจูโน ทำให้หนังไม่ได้แกว่งไปมาเหมือนหนังสะเทือนอารมณ์
ถึงจะพูดในประเด็นที่ดูจะเป็นเรื่องต้องห้ามของบ้านเราอยู่มาก
แต่บทหนังกลับไม่ได้จริงจังกับมันมากนักอาจจะเป็นเพราะสังคมเปิดของอเมริกา
ในหนังผมยอมรับว่าจูโนเติบโตมากับคนที่ดูเท่ห์และอินดี้มากๆ
ผมยอมรับว่าหนังช่วงนี้มีแต่กระแสมาแรงมากๆทั้ง speedracer มนุษย์เตารีด หรือหลังจากนั้นกำลังจะมี
คุณลุงที่อินดี้กว่า(อินเดียน่าโจนส์) มาตีหนังโรงให้แตกกระจายทุกเรื่อง
ผมคิดว่า จูโนก็ควรจะเป็น 1 ในหนังที่คุณต้องดูให้ได้ในช่วงที่กำลังจะเปิดเทอม
ช่วงข่าวสังคมที่เริ่มฉาวมากขึ้นทุกวัน
และช่วงที่ผู้ใหญ่ขั้นผู้บริหารประเทศเริ่มวิวัฒนาการถอยหลังกลับไปเป็นเด็กอีกหลายๆคน
ผมขอเอารางวัล best screenplay และเข้าชิง 1 ในหนังที่เยี่ยมที่สุดมาการัีนตี
edit @ 7 May 2008 03:29:39 by lifeless











